แบงค์ชาติแถลง ไตรมาส 1/2569 ระบบธนาคารพาณิชย์แกร่ง เงินกองทุนสูง 20% ห่วงไฟใต้สงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนพุ่ง
- Bangkok News Network

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 1 ปี 2569 ยืนยันระบบการเงินไทยยังมีเสถียรภาพสูงและมั่นคง สะท้อนจากเงินกองทุนที่แข็งแกร่งกว่า 20% เผยสินเชื่อรวมขยายตัวได้เล็กน้อยจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนหลังเผชิญภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ ขณะที่กลุ่ม SMEs และครัวเรือนยังคงเปราะบางและส่งสัญญาณถดถอยลงบ้าง ด้านตัวเลขหนี้เสีย (NPL) และหนี้ในกลุ่ม Stage 2 ปรับตัวลดลงจากมาตรการเชิงรุก (Preemptive) และการกลับมาชำระคืนของลูกหนี้
กรุงเทพฯ, 19 พฤษภาคม 2569 – ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดงานแถลงข่าวสรุปภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ ประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 โดยระบุว่า ภาคการเงินและระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยในภาพรวมยังคงมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพในระดับสูง
จุดแข็งด้านเงินกองทุนและเสถียรภาพ ธปท. เปิดเผยว่า จุดแข็งสำคัญของภาคการเงินไทยในปัจจุบันคือการมีเงินกองทุนของระบบธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในระดับสูงมาก โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงและภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจได้อย่างดีเยี่ยม
สินเชื่อโตจากธุรกิจใหญ่รับผลกระทบสงคราม – จับตา SMEs และครัวเรือน สำหรับภาพรวมการปล่อยสินเชื่อในไตรมาสนี้ มีการขยายตัวได้เล็กน้อย โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจขนาดใหญ่จึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) เพิ่มมากขึ้น
ในทางกลับกัน ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงภาคครัวเรือน กลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป แม้ว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปี ธนาคารพาณิชย์จะมองแนวโน้มการฟื้นตัวของลูกหนี้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์สงครามและความไม่แน่นอนขึ้น กลุ่ม SMEs และครัวเรือนเริ่มส่งสัญญาณถดถอยลงบ้าง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ ธปท. ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
สัญญาณบวกหนี้เสียลดลง ผลจากมาตรการแก้หนี้เชิงรุก อย่างไรก็ตาม ด้านคุณภาพสินเชื่อถือว่ามีทิศทางที่น่าพอใจ โดยตัวเลขลูกหนี้ในกลุ่ม Stage 2 (สินเชื่อที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ) ปรับตัวลดลงเหลือประมาณ 7% [05:11] ปัจจัยเชิงบวกนี้เกิดจากการที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ความระมัดระวังและทบทวนความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกหนี้กลุ่มหนึ่งมีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้น และลูกหนี้อีกส่วนหนึ่งสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังคงเดินหน้าทำมาตรการเชิงรุก หรือ Preemptive ในการเข้าไปปรับโครงสร้างหนี้และแก้ไขปัญหาให้กับลูกหนี้ก่อนที่จะกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก
รายได้ดอกเบี้ยและผลประกอบการ ในส่วนของผลประกอบการ ธปท. ระบุว่า รายได้จากดอกเบี้ยปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากฐานการปล่อยสินเชื่อในภาพรวมที่ไม่ได้เติบโตหวือหวา ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่มีการปรับเปลี่ยนตามกลไกตลาดและนโยบายการดูแลของภาคธนาคาร
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว ธปท. ยังระบุถึงความคืบหน้าในการศึกษาและกำกับดูแลบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เช่น บริการ Buy Now Pay Later (BNPL) เพื่อประเมินความเหมาะสมและจัดทำหลักเกณฑ์การดูแลผู้ให้บริการทั้งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. และนอกเหนือการกำกับดูแล เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบและคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป









ความคิดเห็น