อ.เชน ลุยสงขลาปั้นภาคใต้ฮับ"Wellness & Halal Economy"ชูสมุนไพรGMPสร้างเงินยกระดับชุมชน ผสาน5วิจัยเด่น ม.อ. "ไก่เบขลา-ปลาชะโอน-ปลาพลวงชมพู-ปลิงทะเล-กาแฟโรบัสต้า" พลิกโฉมรายได้เกษตรกรฐานรากอย่างยั่งยืน
- Bangkok News Network

- 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

วันนี้ (7 มิ.ย.) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 7-8 มิ ย. โดยที่แรกที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา ได้ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตสารสกัดสมุนไพรทางการแพทย์และอาหารมาตรฐาน GMP โดย รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นำเสนอศักยภาพของโรงงานต้นแบบดังกล่าว ซึ่งมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรมูลค่าสูงและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ ผู้ประกอบการ MSME พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาตลาด จับคู่พันธมิตรธุรกิจ และขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการส่งออกสมุนไพรไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

หลังการนำเสนอ และหารือ ศ.ดร.ยศชนัน ให้ความเห็นว่า ทางกระทรวงฯ มีหมุดหมายที่ชัดเจนในการส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคำว่า Wellness ในที่นี้ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการแพทย์ อาหาร การเกษตรที่ดี การท่องเที่ยว ไปจนถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล

การจะผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายและการศึกษาวิจัยเชิงลึก เพื่อให้สามารถพิสูจน์ผลลัพธ์และคุณสมบัติต่างๆ ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงความรู้สึก ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้กับสินค้าและบริการ และผลักดันให้ภาคใต้เป็น ศูนย์กลางด้านสุขภาพ (Wellness Hub) อย่างแท้จริง

ภาคใต้ของเรามีจุดแข็งและข้อได้เปรียบด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากเรานำเรื่อง Wellness เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง จะยิ่งช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยขณะนี้เราได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายสถาบันการศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ขับเคลื่อนศูนย์การแพทย์อันดามัน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่พร้อมนำโจทย์ของพื้นที่มาศึกษาวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นการสร้างกลไกที่เอื้อต่อการลงทุน โดยหากเราสามารถพิสูจน์มูลค่าทางธุรกิจให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว งบประมาณและการสนับสนุนจะไม่จำกัดอยู่แค่ภาครัฐ แต่จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน (Matching Fund) ทั้งในและต่างประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำจุดแข็งด้าน เศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) มาบูรณาการควบคู่ไปกับ Wellness Economy ซึ่งถือเป็นจุดขายที่โดดเด่นของภาคใต้ ที่จะช่วยดึงดูดผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และนักลงทุน ให้เข้ามาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สร้างความคึกคักให้กับระบบเศรษฐกิจ และพร้อมที่จะขยายโมเดลความสำเร็จนี้ไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศต่อไป

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังตลาดเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อติดตามความก้าวหน้า 5 โครงการวิจัยเด่นที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ได้แก่ การพัฒนา "ไก่เบขลา" ไก่ลูกผสมโตไว ต้นทุนต่ำ และมีคอลลาเจนสูง ซึ่งถูกนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจร้านข้าวมันไก่โดยนักศึกษาผู้ประกอบการ ควบคู่กับการผลักดันเป็นวัตถุดิบคุณภาพประจำจังหวัด นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง ได้แก่ การเลี้ยง "ปลาชะโอน" ด้วยเทคโนโลยีไบโอฟลอคอัจฉริยะที่ใช้พื้นที่น้อย ปลอดโรค และจัดการของเสียเป็นศูนย์ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนในสงขลาและพัทลุง รวมถึงการเพาะเลี้ยง "ปลาพลวงชมพู" ด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติและเครือข่ายไร้สาย (IoT) ที่ประสบความสำเร็จในการปรับพฤติกรรมปลาให้คุ้นชินกับฟาร์มจนพร้อมขยายผลสร้างโรงเพาะพันธุ์เพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกร

ในมิติของการอนุรักษ์และการเกษตรมูลค่าสูง มีการนำเสนอต้นแบบการผลิต "ปลิงทะเล" แบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะพันธุ์จนถึงการแปรรูป เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง โดยร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเกาะยาวน้อย จ.พังงา ช่วยสร้างอาชีพเสริมและตอบโจทย์เศรษฐกิจ BCG ปิดท้ายด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่าน "ศูนย์การเรียนรู้กาแฟโรบัสต้าภาคใต้" ที่ยกระดับสู่กาแฟคุณภาพสูง (Fine Robusta+) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ส่งผลให้เกษตรกรในสงขลาและสตูลเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณมาเป็นคุณภาพ เกิดเป็นเครือข่ายนวัตกรชุมชนที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนจากผลิตภัณฑ์กาแฟได้แล้วกว่า 1.54 ล้านบาท










ความคิดเห็น