
(ชมคลิป) “ยศชนัน” ส่งมอบนวัตกรรม “น้ำสะอาด” จากงานวิจัยสู่ชุมชนริมกก ผนึก สวทช.–ซินโครตรอน ส่งแม่แบบระบบผลิตน้ำประปากำจัดสารหนู สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน
- Bangkok News Network

- 2 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศาลาประชาคมเมืองงิม ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สวทช. และ สซ. เดินหน้าต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานส่งมอบแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู เพื่อการอุปโภคและบริโภคแก่พื้นที่ชุมชนริมลำน้ำกก จังหวัดเชียงราย มุ่งรับมือปัญหาคุณภาพน้ำจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ พร้อมยกระดับระบบประปาชุมชนให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวง อว. ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชนบ้านเมืองงิมและบ้านริมกก จังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับ

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า กระทรวง อว. มีภารกิจสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ไปตอบโจทย์ปัญหาของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมุ่งให้ “งานวิจัยไม่อยู่บนหิ้ง” แต่ต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต ทั้งนี้ นโยบายของกระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศและกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม และขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับแนวทางการผลักดัน สวทช. ให้เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ที่นำโจทย์จริงมาแปรเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมเพื่อประชาชน
“เรื่องน้ำเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน การส่งมอบแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนูในพื้นที่ลุ่มน้ำกก จึงสะท้อนบทบาทของกระทรวง อว. ในการเชื่อมโยงนโยบาย งานวิจัย และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม จากโจทย์ปัญหาของชุมชน สู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทจริง และส่งต่อให้หน่วยงานท้องถิ่นนำไปใช้ดูแลประชาชน โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำสะอาด เพื่อให้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทย” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาให้ตอบโจทย์วิกฤตและความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ภายใต้แผนงาน Pre-battle นวัตกรรมน้ำสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต (A-QUALITY) สวทช. จึงมุ่งเปลี่ยนงานวิจัยให้เกิดการใช้งานจริง ตั้งแต่การตรวจติดตามคุณภาพน้ำ การพัฒนาระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ไปจนถึงการสร้างต้นแบบและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดและปลอดภัยได้อย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์

สำหรับแม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้านสำหรับกำจัดสารหนู เป็นอีกผลสำเร็จของการวิจัยของ สวทช. โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ที่มุ่งแก้โจทย์คุณภาพน้ำดิบในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ทั้งปัญหาความขุ่น สารหนู และโลหะหนัก ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา สวทช. ได้นำร่องการพัฒนาระบบในพื้นที่บ้านริมกก ตำบลแม่ยาว และบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมกว่า 700 ครัวเรือน เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้เข้าสู่มาตรฐานน้ำประปาของกรมอนามัย


ขณะเดียวกัน สวทช. ยังมีผลงาน AquaNano เครื่องผลิตและกรองน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยี ซึ่งพัฒนาระบบกรองที่สามารถจัดการสารปนเปื้อน รวมถึงโลหะหนัก และมีระบบติดตามคุณภาพน้ำ โดยล่าสุดได้ต่อยอดเป็นรถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยีสำหรับรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถผลิตน้ำสะอาดได้สูงสุด 250 ลิตรต่อชั่วโมง และเป็นส่วนหนึ่งของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้จริงภายใต้แผนงาน A-QUALITY

รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) กล่าวว่า สซ. ได้นำเทคโนโลยีการวิเคราะห์แสงซินโครตรอน มาตรวจสอบปัญหาการปนเปื้อนของสารหนูในแหล่งน้ำ ที่สามารถบ่งชี้ชนิดทางเคมีและเลขออกซิเดชันของสารหนู ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับแหล่งที่มา ความเป็นพิษ และแนวทางในการบำบัดเพื่อลดผลกระทบ จึงนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมระบบกรองสำหรับการบำบัดสารหนูและโลหะหนักสำหรับน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค โดยการกำจัดสารหนูที่ปนกับตะกอนแขวนลอยขนาดเล็ก และการดักจับส่วนที่ละลายในน้ำด้วยวัสดุดูดซับที่มีความจำเพาะ และประสิทธิภาพสูง
จากข้อมูลดังกล่าว สซ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคีเครือข่ายวิจัย พัฒนาวัสดุสำหรับดูดซับสารหนู โดยใช้ระบบเรซิ่นแลกเปลี่ยนไอออนลบที่ปรับเปลี่ยนสภาพพื้นผิวให้จำเพาะต่อการดักจับสารหนูและโลหะหนัก และประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและวิศวกรรมในการพัฒนาระบบบำบัดน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยติดตั้งใช้งานจริง ณ ประปาชุมชนบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ หมู่ 6 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย
จ.เชียงราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบกรองน้ำแบบตกตะกอนเคมีเดิมของชุมชน ให้สามารถลดการปนเปื้อนของสารหนู พร้อมทั้งติดตั้งระบบ RO สำหรับผลิตน้ำดื่ม เพื่อช่วยให้ประชาชนกว่า 250 ครัวเรือน มีน้ำที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น และยังติดตั้งระบบกรองน้ำนี้ให้แก่โรงเรียนบ้านเหมืองแดง ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำสายสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา และบุคลากรของโรงเรียนจำนวนกว่า 700 คน
นายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ซึ่งแม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ประชาชนในจังหวัดเชียงรายใช้ประโยชน์ทั้งด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการดำรงชีวิต โดยสถานการณ์คุณภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งความขุ่นและการพบการปนเปื้อนของโลหะหนัก ทำให้การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องอาศัยทั้งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
“ที่ผ่านมา อบจ.เชียงรายได้ทำงานร่วมกับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพัฒนามาตรฐานการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน โดยเริ่มจากพื้นที่นำร่องในชุมชนที่อยู่ใกล้ลำน้ำกก ได้แก่ บ้านริมกก ตำบลแม่ยาว และบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก ซึ่งทั้งสองพื้นที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ครอบคลุมผู้ใช้น้ำมากกว่า 700 ครัวเรือน การทำงานร่วมกันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้ง แต่เป็นการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยให้ท้องถิ่นเข้าใจคุณภาพน้ำและสามารถบริหารจัดการระบบประปาได้อย่างเหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ นำไปสู่สร้างศักยภาพของผู้ดูแลระบบประปาและคณะกรรมการประปาหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ดูแลระบบผลิตน้ำ และรับมือกับความเสี่ยงจากโลหะหนักได้อย่างเป็นระบบ” นายรามิล กล่าว
นายรามิล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดีความร่วมมือระหว่าง อบจ.เชียงรายกับ นาโนเทค สวทช. ถือเป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยมาตอบโจทย์ของท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม จากปัญหาคุณภาพน้ำในลำน้ำกก สู่การพัฒนาระบบประปาหมู่บ้าน และต่อยอดไปสู่การสร้างความสามารถของคนในพื้นที่ เพื่อเป้าหมายในการทำให้ประชาชนมีน้ำที่ปลอดภัยและมีระบบบริหารจัดการน้ำที่สามารถพึ่งพาได้ในระยะยาว ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับชาวเชียงราย
ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย มีแผนพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการประปาหมู่บ้านในพื้นที่ใกล้แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ชุมชนสามารถดูแลระบบน้ำของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนขยายองค์ความรู้และแนวทางที่ได้จากพื้นที่นำร่องไปยังพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ ของจังหวัดเชียงรายต่อไป

กระทรวง อว. จะเดินหน้าผลักดันวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมให้เข้าไปอยู่ในชีวิตของประชาชนและช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องน้ำสะอาดและสิ่งแวดล้อมซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคน พร้อมเร่งนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง และขยายผลนวัตกรรมที่เหมาะสมให้เข้าถึงชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น “เป้าหมายของ อว. ไม่ใช่เพียงการสร้างงานวิจัยที่ดี แต่คือการทำให้คนไทยได้รับประโยชน์จากงานวิจัยนั้นจริง” ตั้งแต่การมีน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค การมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ไปจนถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดย อว. จะทำงานร่วมกับหน่วยงานวิจัย ภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชน เพื่อเปลี่ยนวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เป็นพลังในการดูแลคนไทยและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน









ความคิดเห็น