กรมศุลกากรตรวจยึด “อุปกรณ์สวิตช์เครือข่าย” เมืองกำเนิดต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท บริเวณด่านพรมแดนขาเข้าไทย

กรมศุลกากรตรวจยึด “อุปกรณ์สวิตช์เครือข่าย” เมืองกำเนิดต่างประเทศ มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท บริเวณด่านพรมแดนขาเข้าไทย-มาเลเซีย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดสกัดกั้นการลักลอบขนของผิดกฎหมาย โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนของผิดกฎหมาย
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้า-ส่งออก เพื่อมิให้เกิดการลักลอบขนของผิดกฎหมาย โดยสร้างความเชื่อมั่นและเห็นถึงความสำคัญในการสกัดกั้นการลักลอบขนของผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีรักษาการที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี และนายพิชยา เจริญสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร ภาคที่ 4 จึงให้เข้มงวดในการตรวจสอบการลักลอบขนของผิดกฎหมายในทุกมิติ โดยเฉพาะการลักลอบขนของผิดกฎหมายตามแนวชายแดน นายหะริน หอวัง นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ บูรณาการร่วมกับ มว.ปล.ที่ 2 ร้อย.ร. 5021 ฉก. นครินทร์ ทำการตรวจค้นสัมภาระผู้โดยสารซึ่งเดินทางเข้าประเทศด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล บริเวณพรมแดนขาเข้า ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ และเจ้าหน้าที่พบรถยนต์มีการบรรทุกสิ่งของท้ายยานพาหนะ จึงขอทำการตรวจค้น

ผลการตรวจค้น พบของกลางเป็นอุปกรณ์สวิตช์เครือข่าย เมืองกำเนิดต่างประเทศ จำนวน 6 เครื่อง มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท
กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานพยายามนำเข้าซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันยึดของกลางพร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป










ความคิดเห็น